[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
โรงเรียนวัดบางโปรง
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ข้อมูลพื้นฐาน
การบริหารงานและการใช้จ่ายงบประมาณ
การจัดซื้อจัดจ้าง
การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
การดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริตในประเด็นสินบน
การส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใส
Q&A

สอบถามความพึงพอใจ


  

   เว็บบอร์ด >> >>
เมสซี่แฮตทริกพาฟ้าขาวขึ้นจ่าโผ  VIEW : 20    
โดย เด

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 180
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 10
Exp : 84%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 103.107.199.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 24 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2569 เวลา 13:06:01    ปักหมุดและแบ่งปัน

ฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกไปเรียบร้อยแล้ว และผลลัพธ์ที่ออกมาก็ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต้องตาค้างไปตามๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าภาพร่วมอย่างเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกาที่บุกทะลวงได้ชัยชนะ, เยอรมนีถล่มคูราเซาอย่างไม่ปรานี, หรือเคปเวิร์ดและดีอาร์คองโกที่เขย่าวงการด้วยการเจ๊าสเปนและโปรตุกัสตามลำดับ แต่ที่สร้างความฮือฮาที่สุดคือ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ยิงแฮตทริกพาอาร์เจนตินาเอาชนะแอลจีเรีย ก่อนที่ Goal จะจัดอันดับความแข็งแกร่งของทั้ง 48 ทีมในทัวร์นาเมนต์นี้



อาร์เจนตินาขึ้นนำโผอย่างไม่มีข้อกังขา หลังจากที่กัปตันทีมวัย 38 ปีโชว์ฟอร์มระดับตำนานในแคนซัสซิตี้ ด้วยการซัดครบสามลูกจัดการแอลจีเรียได้อย่างสวยงาม ลิโอเนล สกาโลนี่ ยังคงรักษาสถิติไม่เคยแพ้ในทัวร์นาเมนต์ที่เขาคุมทีมมาตลอด และ "ฟ้าขาว" ดูไม่มีทีท่าจะยอมให้ใครมาทำลายสถิตินั้นในเร็วๆ นี้

ฝรั่งเศสรั้งอันดับสองหลังเอาชนะเซเนกัล 3-1 แม้ว่า กีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ จะดูไม่ค่อยเข้าเกมในช่วงแรก แต่เมื่อดาวเตะของเรอัล มาดริดเริ่มจับจังหวะได้ "ตราไก่" ก็ระเบิดฟอร์มออกมาอย่างน่ากลัว โดยเฉพาะลูกยิงระยะไกลของเอ็มบั๊ปเป้ที่ปิดเกมได้อย่างงดงาม

อังกฤษตามมาติดๆ หลังจากที่ "สิงโตคำราม" เปิดรังเชือดโครเอเชีย 4-2 ในดัลลัส แม้ครึ่งแรกจะยังไม่ลงตัวนัก แต่ครึ่งหลังภายใต้การนำของ โธมัส ทูเคิ่ล ทีมก็ระเบิดฟอร์มออกมาอย่างน่าตื่นเต้น แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิ่งแฮม ต่างทำประตูได้แล้ว ทำให้แนวรุกของทีมดูน่าเกรงขามอย่างยิ่ง

ขณะที่สเปนและโปรตุกัลต้องมาลุ้นกันต่อหลังจากสะดุดในนัดเปิดสนาม "กระทิงดุ" ของฮันซี ฟลิค เจ๊าเคปเวิร์ด 0-0 อย่างน่าอับอาย โดยปัญหาเรื่องการขาดกองหน้าตัวจริงถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน ส่วน "ฝอยทอง" ของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ก็เจ๊าดีอาร์คองโก 1-1 ท่ามกลางคำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วัย 41 ปี ยังเป็นประโยชน์ต่อทีมอยู่หรือไม่ เมื่อดาวเตะโปรตุกีสดูเดินเล่นอยู่แนวหน้าตลอดเกม

นอร์เวย์และโมร็อกโกเป็นสองทีมที่น่าจับตามองที่สุดในฐานะ "ม้านอกสายตา" โดย เออร์ลิง ฮาแลนด์ ยิงสองลูกพาสแกนดิเนเวียนถล่มอิรัก 4-1 ส่วน "สิงโตแอตลาส" ก็โชว์ฟอร์มน่าประทับใจด้วยการเจ๊าบราซิล 1-1 ผ่านลูกชิพสุดสวยของ อิสมาเอล ไซบารี ข้ามหัว อลิสซอน

ด้านบราซิลนั้น พี่แจ้ อันเชล็อตติ คงต้องกลับไปนั่งทบทวนการบ้านหนักๆ หลังจากที่ "แซมบ้า" เกือบพลาดท่าต่อโมร็อกโก โดยต้องพึ่งความเจ๋งของ วินิซิอุส จูเนียร์ เพื่อรักษาแต้มเอาไว้ได้ ขณะที่เยอรมนีดูน่ากลัวที่สุดในบรรดาทีมยุโรปหลังจากถล่มคูราเซา 7-1 แต่ยังต้องรอดูว่าฟอร์มนั้นจะยั่งยืนแค่ไหนเมื่อเจอคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า

สนับสนุนโดยเว็บไซต์ Ufa